
ในวันที่เรากำลังอ่อนแรงจากหน้าที่การงานเมื่อย้อนกลับไปซักเมื่อ 4-5 ปีที่แล้วในเวลาเดียวกันกับเดือนนี้ ก็ได้เข้ามาพักผ่อนเล่นเนตตามประสาคนโสด ในวันนั้นเองทำให้เราได้รู้จักคนคนหนึ่งผ่านตัวหนังสือ และ โลกไซเบอร์ น้องมหาลัยคนหนึ่งทำให้เราได้รู้จักกับโลกวัยรุ่นอะใหม่ๆเยอะแยะไปหมด ตอนนั้นก็ดังพอๆกับ Hi5 ในนี้นี่แหละครับ.. Jorjar.com เราก็แปลกใจเนอะมีด้วยหรอแบบนี้ สิ่งนั้นเองทำให้เราสามารถผ่อนคลายจากหน้าที่การงาน ที่เรียกได้ว่าเป็นหน้าที่การงานเกินตัวเกินอายุจริงๆ นั้นเองเป็นสิ่งที่ทำให้เราเรียกว่า จุดเริ่มต้นของความสุข
เด็กมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้รับการเปิดเผย แค่รู้ว่าปี 1 เทอม 2 คนหนึ่งได้ให้กำลังใจเราเรื่องการทำงาน ทำให้เรารู้สึกถึงแรงผลักดัน และ กำลังใจที่เรียกได้ว่าอิ่มเอมทีเดียว
ทุกวันเราต้องรีบกลับบ้านมานั่งคุยผ่านโลก Cyber กับน้องเค้าทั้งๆที่ไม่รู้หรอกว่าแต่ละคนอยู่ที่ไหนบนโลกนี้ ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ มันก็ทำให้ต่างคนต่างรู้สึกดีๆในกำลังใจกันและกันมาขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงการคุยที่ผ่านแป้นตัวอักษรก็ตามที
ส่วนเราก็คงไม่ได้เป็นเพียงฝ่ายรับกำลังใจเพียงฝ่ายเดียว เราก็ส่งกำลังใจให้น้องเค้า สอนและแชร์ประสบการณ์ต่างๆที่ดีเพียงเพื่อให้น้องคนนี้ตั้งใจเรียน และ เป็นคนดี อย่างที่คุณพ่อคุณแม่ของน้องเค้าตั้งใจส่งมาเรียนที่กรุงเทพฯ นครหลวงยิ่งใหญ่ที่มีทั้งเรื่องดี น่าตื่นเต้น เรื่องไม่ดี น่ากลัว การแก่งแย่งชิงดี สังคมที่ซ่อนเร้น และอะไรมากมายอย่างที่นครหลวงหลายๆที่เป็นกัน
เวลาทำให้เราทั้งคู่เริ่มรู้ที่มาที่ไป รู้พื้นฐานครอบครัว และ สิ่งต่างๆมากยิ่งขึ้น สิ่งนี้เองที่ทำให้เวปยิ่งรู้สึกเป็นห่วงน้องคนนึ้มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเค้าเพิ่งมาอยู่กรุงเทพฯด้วยตัวคนเดียวเพื่อมาศึกษาหาความรู้ ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็ทำงานอยู่ต่างจังหวัดและดูแลครอบครัวน้องๆที่น่ารัก
จุดนี้เองที่ทำให้เราอยากรู้จักน้องคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ และ มีความรู้สึกดีๆ และเป็นห่วงเป็นใย อยากดูแลเค้าให้เค้าเป็นเด็กดี ไม่เสียคนเหมือนกับวัยรุ่นหลายๆคนที่หลงแสงสีเสียงของเมืองนครแห่งนี้ ยิ่งได้รู้ว่าน้องคนนี้เป็นเด็กเรียน เป็นเด็กดีรักครอบครัว ก็ยิ่งทำให้มันสะท้อนถึงตัวเราเองมากขึ้นเรื่อยๆ
จนในที่สุดทั้งคู่ยอมที่จะแลกเบอร์โทรศัพท์กันหลังติดต่อผ่านโลก Cyber ได้ประมาณเดือน นั้นก็หมายถึงการที่เราทั้งคู่ผ่านจุดทดสอบอะไรบางอย่าง ที่กลุ่มคนใจร้อนหรือฉาบฉวยเค้าเป็นกัน
ยิ่งการที่เราได้สื่อสารผ่านเสียงโทรศัพท์กันมันก็ทำให้เรารู้เรื่องราวกันและกันง่ายและมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันนี้เรายังรู้สึกผิดไม่หายที่น้องเค้าโทรหาเราแล้วคุยกันเป็นชั่วโมงจนสายตัดไปเพราะเงินที่น้องเค้าเต็มหมด แหมก็ตอนนั้นใครจะไปรู้ว่าน้องเค้าใช้บัตรเติมเงินโทรหาเราเนอะ หลังๆผมเลยเป็นคนโทรไปเองเพราะผมใช้โทรศัพท์ได้ฟรี นั้นแหละครับจุดเริ่มต้นของการรู้จักกันมากขึ้น เรียนรู้การเป็นแต่ละคน ยิ่งคุยมากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้เราเป็นห่วงและอยากดูแลน้องคนนี้มากขึ้นเท่านั้น..... แต่มันก็เป็นเพียงความรู้สึกที่เก็บอยู่ข้างในคนเดียวเอง ในขนาดเดียวกันเด็กน้อยก็น่ารักไม่ใช่น้อยคอยส่งข้อความมาให้กำลังใจในการทำงาน โทรมา miss call ให้โทรกลับอยู่เสมอๆ จนเรียกได้ว่าเราเองใจจดใจจ่ออยู่กับโทรศัพท์ตลอดเวลาก็ว่าได้ เอ๊ะ แล้วไอ้อารมณ์ความรู้สึกแบบนี้มันทำไปถึงเกิดขึ้นได้นะ เพราะอะไร แล้วมันเป็นอารมณ์แบบไหนกันแน่เรา.......
พี่เวป
งานยุ่งมากๆ อะวันนี้ครับ